ยอดขุนพลผู้เกรียงไกร เสาหลักแห่งการป้องกันกรุงศรีอยุธยา
พระยาราม (หรือ ออกญาราม / พระยารามรณรงค์) คือหนึ่งในยอดแม่ทัพผู้มีความสามารถและเก่งกล้าที่สุดของกรุงศรีอยุธยาในมหาสงครามปี พ.ศ. 2111 – 2112 ทรงเป็นขุนศึกที่สร้างความยำเกรงให้แก่พระเจ้าบุเรงนองและกองทัพหงสาวดีมากที่สุด
ภูมิหลังและเส้นทางยอดขุนศึก
พระยารามเดิมมีบทบาทสำคัญในการบัญชาการรบในหัวเมืองฝ่ายเหนือแถบกำแพงเพชรและพิษณุโลก มีความเชี่ยวชาญทั้งตำราพิชัยสงคราม วิทยาการการตั้งค่าย และการใช้ปืนใหญ่ เมื่อภัยสงครามคุกคามกรุงศรีอยุธยา พระองค์ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นแม่ทัพบัญชาการรบหลักในการรักษาพระนคร
วีรกรรมการบัญชาการศึกป้องกันพระนคร พ.ศ. 2111 – 2112
เมื่อกองทัพหงสาวดีนับแสนนายเข้าปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยารามได้รับมอบหมายให้ควบคุมแนวกำแพงเมืองและป้อมปราการสำคัญ พระยารามใช้กลยุทธ์การตั้งรับอย่างมีวินัยสูง วางตำแหน่งปืนใหญ่ยิงสกัดทัพข้าศึกอย่างแม่นยำ และนำกำลังตีโต้ทุกครั้งที่พม่าพยายามถมคูเมืองหรือขุดอุโมงค์เข้าปล้นค่าย
กองทัพอยุธยาภายใต้การนำของพระยารามสามารถต้านทานการบุกของทัพหงสาวดีได้นานเกือบ 10 เดือน สร้างความเสียหายและสูญเสียกำลังพลให้แก่ฝ่ายพม่าอย่างมหาศาล จนกระทั่งพระเจ้าบุเรงนองถึงกับออกปากว่า “ตราบใดที่พระยารามยังบัญชาการรบอยู่ อยุธยาจะไม่มีวันตีแตกได้เด็ดขาด”
จุดพลิกผัน: เหยื่อของกลศึกไส้ศึก
เมื่อพระเจ้าบุเรงนองตระหนักว่าไม่อาจเอาชนะพระยารามด้วยกำลังรบ จึงได้วางแผนส่งออกญาจักรีเข้ามาเป็นไส้ศึกในเมือง ออกญาจักรีได้เริ่มแผนการบ่อนทำลายโดยกล่าวโทษใส่ร้ายพระยารามต่อสมเด็จพระมหินทราธิราช และเกลี้ยกล่อมให้ส่งตัวพระยารามออกไปให้แก่พระเจ้าบุเรงนอง เพื่อแลกกับการเปิดเจรจาสงบศึก
ด้วยความหลงเชื่อ สมเด็จพระมหินทราธิราชจึงทรงยอมส่งตัวพระยารามออกไปให้ฝ่ายหงสาวดี การสูญเสียพระยารามเปรียบเสมือนการสูญเสียเสาหลักทางยุทธการของอยุธยา ส่งผลให้แนวป้องกันพระนครระส่ำระสาย และเปิดทางให้ออกญาจักรีดำเนินการเปิดประตูเมืองในเวลาต่อมา
เกียรติยศแห่งยอดขุนพล
แม้กรุงศรีอยุธยาจะต้องพ่ายแพ้ในศึกครั้งนั้น แต่พระยารามได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์ทั้งไทยและพม่า ในฐานะยอดแม่ทัพผู้ไร้พ่ายในสนามรบ ผู้ยืนหยัดสู้ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องมาตุภูมิ
