Home มหาสงคราม สมเด็จพระไชยราชาธิราช

สมเด็จพระไชยราชาธิราช

by GreatWar Admin

พระมหากษัตริย์ยอดนักรบแห่งกรุงศรีอยุธยา ผู้ปฏิรูปการทหารสู่ยุคปืนไฟ

สมเด็จพระไชยราชาธิราช เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 13 แห่งอาณาจักรอยุธยา (ครองราชย์ พ.ศ. 2077 – 2089) แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ ทรงเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในด้านการทหาร การรวมศูนย์อำนาจ และการติดต่อสัมพันธ์กับชาติตะวันตกในยุคต้นของอยุธยา

ภูมิหลังและการเสด็จขึ้นครองราชย์

ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงดำรงพระยศเป็นพระบรมราชา ครองเมืองพิษณุโลกซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจฝ่ายเหนือ เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 สวรรคต และพระรัษฎาธิราชกุมารซึ่งมีพระชนมายุเพียง 5 พรรษาขึ้นครองราชย์ได้ราว 5 เดือน พระองค์จึงเสด็จยกทัพลงมาทำรัฐประหารยึดอำนาจ และเสด็จขึ้นผ่านพิภพเป็นสมเด็จพระไชยราชาธิราช เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้แก่พระนคร

การปฏิรูปการทหารและทหารอาสาโปรตุเกส

ในรัชสมัยของพระองค์ เป็นช่วงเวลาที่ชาวโปรตุเกสเริ่มเข้ามามีบทบาททางการค้าและการทูตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงเล็งเห็นถึงแสนยานุภาพของอาวุธปืนไฟและยุทธวิธีการรบสมัยใหม่ จึงทรงว่าจ้างชาวโปรตุเกสจำนวนประมาณ 120 คนเข้ามาเป็นทหารอาสา ทำหน้าที่เป็นทหารรักษาพระองค์ กองทหารปืนไฟ และถ่ายทอดวิทยาการการหล่อปืนใหญ่และการใช้อาวุธปืนให้แก่กองทัพอยุธยา ซึ่งกลายเป็นรากฐานกำลังรบหลักที่พลิกโฉมยุทธการทางทหารของสยามในเวลาต่อมา

วีรกรรมและยุทธการสำคัญ

ศึกเมืองเชียงกราน (พ.ศ. 2081): นับเป็นสงครามครั้งแรกระหว่างอยุธยากับพม่า โดยพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้แห่งราชวงศ์ตองอูได้ยกทัพเข้าตีเมืองเชียงกราน (หัวเมืองมอญชายแดน) สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงกรีธาทัพหลวงพร้อมด้วยกองทหารปืนไฟโปรตุเกสเสด็จยกไปตีเอาเมืองเชียงกรานกลับคืนมาได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทหารโปรตุเกสได้รับพระราชทานที่ดินบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อตั้งบ้านเรือนและสร้างโบสถ์คริสต์

ศึกพิชิตล้านนา: ทรงนำทัพขึ้นไปปราบปรามความไม่สงบในอาณาจักรล้านนาถึงสองครั้งใน พ.ศ. 2088 และ พ.ศ. 2089 เพื่อขยายอิทธิพลของอยุธยาขึ้นไปทางเหนือ สามารถตีได้เมืองลำพูนและล้อมเมืองเชียงใหม่ จนฝ่ายล้านนาต้องยอมสงบศึกและส่งบรรณาการ

การพัฒนาคมนาคม: การขุดคลองลัดบางกอก

นอกจากการศึกสงครามแล้ว ใน พ.ศ. 2085 สมเด็จพระไชยราชาธิราชยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น เรียกว่า “คลองลัดบางกอก” (บริเวณตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยถึงปากคลองบางกอกใหญ่ในปัจจุบัน) เพื่อตัดส่วนโค้งของคุ้งน้ำ ทำให้การเดินเรือสินค้าและการเคลื่อนกำลังพลระหว่างอยุธยากับอ่าวไทยสะดวกรวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล คลองลัดนี้ต่อมาได้ขยายกว้างขึ้นจนกลายเป็นสายน้ำหลักของแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน

บั้นปลายพระชนม์ชีพ

หลังจากเสด็จกลับจากการศึกเชียงใหม่ครั้งที่สอง สมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงพระประชวรและเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหันใน พ.ศ. 2089 ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางการเมืองในพระราชสำนัก การสวรรคตของพระองค์เปิดฉากสู่วิกฤตการณ์การเมืองครั้งใหญ่แห่งกรุงศรีอยุธยา แต่เกียรติประวัติในฐานะกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญและนักปฏิรูปกองทัพยังคงได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างสง่างาม

You may also like

Leave a Comment