ขุนศึกหัวเมืองด่านตะวันตก ยอดนักรบแห่งเมืองสุพรรณบุรี
พระสุนทรสงคราม เจ้าเมืองสุพรรณบุรี เป็นหนึ่งในขุนศึกผู้กล้าหาญและเจนจัดในสมรภูมิรบแห่งกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ มีบทบาทโดดเด่นในการรบพิทักษ์ชายแดนตะวันตกและการไล่ติดตามตีกองทัพหงสาวดี
ภูมิหลังและบทบาทเจ้าเมืองหน้าด่าน
เมืองสุพรรณบุรีในยุคกรุงศรีอยุธยาถือเป็นหัวเมืองหน้าด่านยุทธศาสตร์สำคัญทางทิศตะวันตกที่ต้องรองรับการเดินทัพของข้าศึกที่ยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ พระสุนทรสงครามในฐานะผู้รั้งเมืองจึงมีความเชี่ยวชาญทั้งภูมิประเทศ กลยุทธ์การรบแบบกองโจร และการระดมพลรบอย่างรวดเร็ว
วีรกรรมไล่ล่าข้าศึกในสงครามพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ (พ.ศ. 2091)
ในคราวที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และบุเรงนองยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา พระสุนทรสงครามได้นำกำลังพลชาวสุพรรณบุรีเข้าร่วมสมทบกับทัพหลวงของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ครั้นเมื่อกองทัพพม่าไม่อาจหักเอาพระนครได้และเริ่มถอยทัพกลับไปทางด่านแม่ละเมาและด่านเจดีย์สามองค์
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์จึงโปรดให้สมเด็จพระราเมศวร พระมหาธรรมราชา และพระสุนทรสงคราม ยกกองทัพติดตามตีข้าศึก พระสุนทรสงครามได้แสดงความห้าวหาญ นำกองทัพหน้าไล่กระหนาบตีทัพหลังของพม่าอย่างดุดันจนถึงแนวป่าด่านเจดีย์สามองค์ สังหารข้าศึกและจับเชลยได้เป็นจำนวนมาก นับเป็นวีรกรรมอันเด็ดเดี่ยวของขุนพลอยุธยา
การศึกในสงครามช้างเผือกและการตกเป็นองค์ประกัน (พ.ศ. 2106)
ในสงครามช้างเผือก พระสุนทรสงครามได้รับมอบหมายให้บัญชาการกำลังรบตั้งรับทัพใหญ่ของพระเจ้าบุเรงนองที่ยกบุกเข้ามา ความเข้มแข็งและชั้นเชิงการรบของพระองค์ทำให้ฝ่ายหงสาวดีต้องยำเกรง จนกระทั่งเมื่อมีการเจรจาสงบศึก พระเจ้าบุเรงนองได้เจาะจงขอตัวขุนศึกระดับนำของอยุธยา 3 ท่านไปเป็นองค์ประกัน ณ กรุงหงสาวดี ได้แก่ สมเด็จพระราเมศวร (พระมหาอุปราช), พระยาจักรี และพระสุนทรสงคราม
เกียรติภูมิแห่งความเสียสละ
การยอมรับเงื่อนไขเสด็จไปหงสาวดีเพื่อแลกกับความปลอดภัยของกรุงศรีอยุธยาและราษฎร นับเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ พระสุนทรสงครามได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ในฐานะแม่ทัพผู้กล้าที่ไม่เคยหวาดหวั่นต่อข้าศึก และพร้อมเสียสละชีวิตและอิสรภาพของตนเองเพื่อความอยู่รอดของมาตุภูมิ
