พระเจ้าช้างเผือกแห่งกรุงสยาม ผู้นำอยุธยาฝ่ามหาสงครามป้องกันแผ่นดิน
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ (พระเฑียรราชา) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 15 แห่งอาณาจักรอยุธยา (ครองราชย์ พ.ศ. 2091 – 2111 และทรงกลับมาช่วยพระนครใน พ.ศ. 2111 – 2112) ทรงเป็นกษัตริย์ผู้มีบทบาทสำคัญสูงสุดในการนำทัพและวางยุทธศาสตร์ป้องกันกรุงศรีอยุธยาจากการรุกรานครั้งใหญ่ของพม่าตลอดสองทศวรรษ
ภูมิหลังและการเสด็จขึ้นครองราชย์
พระองค์ทรงเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาในสมเด็จพระไชยราชาธิราช ในช่วงวิกฤตการเมืองหลังการสวรรคตของสมเด็จพระไชยราชาธิราช พระองค์ทรงออกผนวชเป็นภิกษุ ณ วัดราชประดิษฐาน จนกระทั่งกลุ่มขุนนางผู้ภักดีนำโดยขุนพิเรนทรเทพได้เข้ายึดอำนาจคืนจากขุนวรวงศาธิราชและท้าวศรีสุดาจันทร์ จึงได้พร้อมใจกันอัญเชิญพระเฑียรราชาให้ทรงลาผนวชและเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์” ใน พ.ศ. 2091 โดยทรงแต่งตั้งให้ขุนพิเรนทรเทพขึ้นเป็นสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ไปครองเมืองพิษณุโลก
สมัญญา “พระเจ้าช้างเผือก”
ในรัชสมัยของพระองค์ ทรงได้ช้างเผือกคู่พระบารมีมาสู่พระนครถึง 7 เชือก ได้แก่ พระคชาธารมงคลสาร, พระคชาธารคเชนทรฉัททันต์, พระอินทรไอยรา, พระศรีสกลฉัททันต์ และช้างเผือกเอกอื่นๆ ส่งผลให้กิตติศัพท์เรื่องบุญญาบารมีขจรขจายไปทั่วทุกทิศานุทิศ จนทรงได้รับเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระเจ้าช้างเผือก ซึ่งต่อมากลายเป็นข้ออ้างสำคัญในทางการเมืองระหว่างประเทศ
ศึกสงครามครั้งประวัติศาสตร์
1. สงครามพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ (พ.ศ. 2091): เพียงขึ้นครองราชย์ได้ไม่กี่เดือน พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และบุเรงนองได้ยกทัพใหญ่เข้ามาล้อมกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงนำทัพหลวงออกสู้รบ ณ ทุ่งมะขามหย่อง ในการศึกครั้งนี้ช้างพระที่นั่งของพระองค์เสียทีวิ่งเตลิด พระอัครมเหสีคือ “สมเด็จพระสุริโยทัย” ได้ทรงไสช้างเข้าขวางรับคมง้าวของพระเจ้าแปรจนสิ้นพระชนม์ ทำให้พระองค์รอดพ้นจากอันตรายมาได้ จากนั้นกองทัพอยุธยาได้ยึดชัยภูมิคูเมืองป้องกันพระนครอย่างเหนียวแน่นจนกองทัพหงสาวดีต้องถอยทัพกลับไป
2. สงครามช้างเผือก (พ.ศ. 2106): พระเจ้าบุเรงนองส่งพระราชสาส์นมาทูลขอช้างเผือก 2 เชือก เมื่อฝ่ายอยุธยาปฏิเสธ กองทัพหงสาวดีจึงยกทัพใหญ่บุกตีกระหนาบทั้งทางบกและทางน้ำจนประชิดพระนคร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงเห็นแก่ความอยู่รอดของราษฎร จึงทรงเจรจาสงบศึก โดยทรงยอมมอบช้างเผือก 4 เชือก และส่งสมเด็จพระราเมศวร (พระมหาอุปราช) พระยาจักรี และพระสุนทรสงคราม ไปยังกรุงหงสาวดี
การสละราชสมบัติและการกลับมาสู้ศึกสุดท้าย
หลังสงครามช้างเผือก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงสละราชสมบัติให้พระราชโอรสคือสมเด็จพระมหินทราธิราช แล้วเสด็จออกผนวชอีกครั้ง ทว่าใน พ.ศ. 2111 เมื่อพระเจ้าบุเรงนองกรีธาทัพใหญ่หลายแสนนายมาล้อมกรุงศรีอยุธยา (สงครามเสียกรุงครั้งที่ 1) พระองค์ทรงยอมเสียสละลาผนวชออกมาเพื่อทรงนำทัพและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ไพร่พลในการป้องกันกำแพงเมืองอยุธยาอย่างกล้าหาญ
การสวรรคตกลางสมรภูมิ
ในระหว่างที่ทัพหงสาวดีกำลังปิดล้อมพระนครอย่างเข้มข้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อการศึกจนทรงพระประชวร และเสด็จสวรรคตบนพระแท่นบรรทมในพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ. 2111 รวมพระชนมายุ 59 พรรษา ครองราชย์ยาวนานกว่า 20 ปี พระองค์ทรงเป็นมหาราชผู้ทรงอุทิศทั้งพระชนม์ชีพเพื่อพิทักษ์รักษาเอกราชของกรุงศรีอยุธยาไว้อย่างสมพระเกียรติ
